..... ยินดีต้อนรับสู่ ศูนย์เรียนรู้บ้านเห็ด สาขาสะพานสูง .................. Welcome to Mushroom Learning Center Saphan Sung .....
ชีวิตมีหลายอย่างที่ซ่อนเงื่อนอยู่ลึก ๆ ข้างใน ซึ่งต้องอาศัยความใส่ใจในการเรียนรู้ด้วยความแยบคาย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงจะแจ่มแจ้งได้ ถือว่า เป็นการเว้นพื้นที่ให้ความรู้ต่าง ๆ สามารถเข้าไปเติมเต็มได้ด้วยภาวะที่ลงตัว

คนส่วนมากมักจะถามหาความสมบูรณ์แบบ เพื่อมอบให้กับชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตไม่มีสิ่งที่มาคอยเติมเต็มให้สมบูรณ์พร้อมได้ทั้งหมดแต่อย่างใด ทว่าคนเราก็มักจะยื้อว่า มันต้องถูกเติมเต็มได้แน่นอน

เมื่อมีความหวังแต่ไร้ความเข้าใจ เราจึงแสวงหาในสิ่งที่คิดว่า ใช่มาทับถมใจให้เต็มอยู่ตลอดเวลา ยอมทำทุกอย่างเพื่อจะได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครอง และเพื่อบอกตัวเองให้ได้ว่า "เราสมบูรณ์พร้อมแล้ว เรามีครบทุกอย่างแล้ว"

ทุกอย่างที่ได้มาในด้านวัตถุและเกียรติยศที่ต้องการ เป็นเสมือนสิ่งที่มีอยู่จริงในมิติของชาวโลก ประหนึ่งว่ามีชีวิตที่เพียบพร้อมกว่าใครหลาย ๆ คน ซึ่งน่าจะทำให้มีความสุขได้อย่างที่ใจใฝ่หา

ทว่าเมื่อมองความสุขที่ได้รับจากสิ่งที่เพรียกหา กลับปรากฎว่า ความสุขที่ซ่อนอยู่ในใจ อันเป็นความสุขสงบที่ทำให้เรายิ้มได้ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย กลับหายไปอย่างน่าใจหาย เหลือเพียงความคิดที่เข้าข้างตัวเองว่า เรามีความสุขเท่านั้น

หน้าตาของความสุขจากวัตถุและเกียรติยศที่ได้มา ช่างเป็นอะไรที่เปล่ากลวงเหลือเกิน เป็นความสุขที่แห้งแล้งเกินกว่าที่จะตอบตัวเองได้ว่า เรามีความสุขดั่งที่ชีวิตต้องการจริง ๆ

เพราะความจริงของชีวิตในการเกี่ยวข้องกับความสุขแบบฉบับของชาวโลกทั่วไป เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่แน่นอน ทุกสรรพสิ่งจะถูกลดทอนลงตามกาลเวลา และเปลี่ยนสภาพไปอย่างไม่มีข้อยกเว้น อยู่ที่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในวันใดเท่านั้นเอง

ความสุขที่เราคาดหวังในสิ่งที่เคยอยากจับจอง จึงเป็นความบกพร่องในสิ่งที่คิดว่า เป็นความสมบูรณ์สำหรับเรา จึงเป็นความบกพร่องในสิ่งที่คิดว่าเป็นความสมบูรณ์สำหรับเรา สิ่งที่ได้มาจึงตอบสนองให้ใจสมอยากเพียงชั่ววูบเท่านั้น แล้วทุกอย่างที่จะกลายเป็นภาระใหม่ที่เราอาจจะไม่ต้องการ แต่ก็ต้องยอมก้มหน้าที่จะแบกรับมัน

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถแสวงหา และก่อให้เกิดเป็นความพร้อมในการดำเนินชีวิตได้ เป็นสิ่งที่มาเพิ่มเติมแล้วทำให้ชีวิตบกพร่องน้อยลง เป็นความลงตัวท่ามกลางความบกพร่องที่มีนั่นคือ การเรียนรู้ชีวิตด้วยความเข้าใจ

เพราะความเข้าใจมิใช่การคิดเอา หรือเดาสุ่มตามความรู้สึกที่เราสร้างขึ้นมา แต่เป็นการกลับไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรู้เท่าทันในทุกเรื่องของความจำเป็นที่มีต่อชีวิต เป็นภาวะที่เข้าไปช่วยทำให้ชีวิตมีความสมดุล ตั้งแต่จุดเริ่มต้นทั้งในด้านวัตถุภายนอกและจิตใจภายใน เพื่อให้กระบวนการศึกษาที่มีอยู่ ได้ทำหน้าที่ดูแลชีวิตทุกมิติที่เราเกี่ยวข้องให้มีความลงตัว

ถือว่า เป็นการรู้จักสร้างวิธีที่ก่อให้เกิดความเหมาะสมในทุกมิติที่ชีวิตต้องทำการศึกษา แม้จะอยู่ในภาวะทีเป็นความบกพร่องในหลาย ๆ ด้าน แต่ความสมดุลอันเกิดจากความเข้าใจด้วยปัญญา ย่อมประคองให้สิ่งต่าง ๆ เคลื่อนไปด้วยความราบรืนได้

ดังนั้น การศึกษาชีวิตไม่ว่าในแง่ของวัตถุและจิตใจ หรือในทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา เราไม่ควรประมาทว่า เรารู้แล้วหรือเข้าใจทุกอย่างโดยสมบูรณ์แบบแล้ว

เพราะในรายละเอียดของชีวิต มีหลายอย่างที่ซ่อนเงื่อนอยู่ลึก ๆ ข้างใน ซึ่งต้องอาศัยความใส่ใจในการเรียนรู้ด้วยความแยบคาย สิ่งที่เกิดขึ้นจะแจ่มแจ้งได้ ถือว่าเป็นการเว้นพื้นที่ให้ความรู้ต่าง ๆ สามารถเข้าไปเติมเต็มได้ด้วยภาวะที่ลงตัว

ด้วยเหตุนี้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การรู้จักสร้างวิธีเรียนรู้ด้วยความเข้าใจเป็นหลัก เป็นการประสานระหว่างความบกพร่องและความเพียบพร้อมให้มีการสัมพันธ์ต่อกัน เพื่ออำนวยประโยชน์สุขให้แก่กันและกันตราบนานเท่านาน


เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เราจึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียดที่ผ่านเข้ามาในชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเบื่อหน่ายก็ตาม



แหล่งที่มา http://www.gotoknow.org/blogs/posts/173243

เห็ดกระถินพิมาน พืชมหัศจรรย์ ยับยั้งเซลล์มะเร็ง

 

เห็ด,กระถินพิมาน,Phellinus igniarius,กระถินป่า,กระถินวิมาน,กระถินหางกระรอก

เห็ดกระถินพิมาน


มีเสียงร่ำลือบอกต่อกันมาว่า "เห็ดกระถินพิมาน" เห็ดป่าที่ชาวบ้านในหลายจังหวัดไปพบเข้านั้น มีสรรพคุณรักษาสารพัดโรค แต่ที่ทำให้คนฮือฮากันก็คือ มีคำกล่าวอ้างที่ว่า มันสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ทำให้ในต่างประเทศซื้อขาย "เห็ดกระถินพิมาน" กันในราคาสูงลิบลิ่ว ถึงกิโลกรัมละ 3-5 ล้านบาท

จริง ๆ แล้ว "เห็ดกระถินพิมาน" สามารถรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เรามาเจาะลึกสรรพคุณของเห็ดป่าราคาแพงชนิดนี้กัน...

"เห็ดกระถินพิมาน" (Phellinus igniarius) หรือที่ชาวบ้านในภาคเหนือเรียกว่า คะยา หรือ หนามขาว ชาวสุโขทัย เรียกว่า กระถินป่า หรือ กระถินวิมาน ชาวภาคกลางเรียก กระถินหางกระรอก หรือ กระถินพิมาน นั้น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Fomes rimosus (Berk.) Cooke. เป็นเห็ดในตระกูล olyporaceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม สูงประมาณ 8-10 เมตร มักขึ้นตามป่าละเมาะ หรือป่าเบญจพรรณที่แห้งแล้ง อย่างในประเทศไทยก็พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ลักษณะทั่วไปของ "เห็ดกระถินพิมาน" จะมีลำต้นเป็นสีน้ำตาล มีหนามใบเล็กละเอียดออกตามก้านใบสลับตรงกันข้าม ใบของ "เห็ดกระถินพิมาน" จะเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกดอกเป็นพู่สีขาวอมม่วง ปลายเป็นขนสีเหลืองส่งกลิ่นหอม ฝักแบนโค้งสีน้ำตาล ส่วนดอกเห็ดจะมีลักษณะแข็งเหมือนเนื้อไม้ ไม่มีก้าน และเจริญออกมาจากลำต้นไม้ในลักษณะเป็นก้อนครึ่งวงกลม

เห็ดกระถินพิมาน

ทั้งนี้ ตามตำรับยาสมุนไพร ระบุไว้ว่า ส่วน "ราก" และ "ต้น" ของ "เห็ดกระถินพิมาน" สามารถนำไปใช้ทำยาได้หลากหลายอาการ คือ ส่วนราก ซึ่งมีรสฝาดเฝื่อน สามารถนำไปแก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้พิษงูได้ ขณะที่ลำต้น จะใช้ "เห็ด" ซึ่งมีรสเมาเบื่อ ไปแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ ถ้านำเห็ดไปฝนกับน้ำปูนใสหรือเหล้าแล้วนำไปหยอดหู จะแก้ปวดหู แก้พิษฝีในหูได้ นอกจากนั้น ยังสามารถนำมาทาบาดแผลที่เน่าเปื่อย น้ำเหลืองเสีย สามารถแก้เริม แก้งูสวัดได้อีกด้วย

ส่วนที่มีเสียงร่ำลือว่า "เห็ดกระถินพิมาน" สามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และผู้อำนวยสถาบันอานนท์ไบโอเทค ผู้เชี่ยวชาญเห็ด องค์การค้าโลกแห่งสหประชาชาติ ปี พ.ศ.2524-2548 ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในการเพาะ "เห็ดกระถินพิมาน" มาแล้ว ให้ข้อมูลว่า เห็ดดังกล่าวมีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งจริง เพราะมีสารโพลีแซคคาไลน์ สารไตรโตรปินอย สารเนเชอรัลสเตอรอยด์ ที่เข้าไปช่วยยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งปอด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ากิน "เห็ดกระถินพิมาน" แล้วจะสามารถรักษาโรคมะเร็งได้เลย เพราะต้องนำเห็ดมาผ่านกรรมวิธีการหมักด้วยจุลินทรีย์ก่อน เพื่อให้ได้ผลดี รวมทั้งยังต้องควบคุมการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย การใช้ "เห็ดกระถินพิมาน" รักษามะเร็งจึงจะสัมฤทธิ์ผล และนอกจากโรคมะเร็งแล้ว งานวิจัยก็ยังพบว่า "เห็ดกระถินพิมาน" สามารถรักษาโรคเบาหวาน สร้างเม็ดเลือด แผลพุพอง ภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่ ผื่นคัน ไขข้ออักเสบ ได้เช่นกัน

ดร.อานนท์ ยังบอกด้วยว่า ในอดีต ประเทศไทยพบ "เห็ดกระถินพิมาน" ในจังหวัดสกลนคร และแถบอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย แต่ชาวบ้านไม่รู้ว่านี่คือเห็ด นึกว่าเป็นไม้แห้ง จึงไม่ได้สนใจ และนำไปทำฟืนแทน ก่อนที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยจะไปพบเข้า จึงนำเห็ดดังกล่าวไปสกัดเป็นยาในต่างประเทศ แล้วส่งกลับมาขายในประเทศไทย จึงถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก เพราะเห็ดชนิดนี้ในต่างประเทศซื้อขายกันในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 3 ล้านบาทเลยทีเดียว


ที่มา : เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก anonbiotec.gratis-foros.com , botany.cz

เห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata)

 


Dictyophora indusiata
                

        เห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata (Pers.) Fisch) นี้มีเขตกระจายพันธุ์ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย มักขึ้นเป็นดอกเดี่ยว ๆ บนพื้นดินที่มีใบไม้เน่าเปื่อยผุพัง พบมากในช่วงฤดูฝน ลักษณะเด่นอันเป็นที่มาของขื่อก็คือ ตรงที่ใต้ฐานดอกเห็ดมีเยื่อบาง ๆ คล้ายร่างแหกางห้อยลงมาคลุมก้านดอก ดูคล้ายสุ่มร่างแห ยามที่โดนลม เจ้าสุ่มนี้ก็จะพัดแกว่งไกวราวกับสุภาพสตรีใส่กระโปรงลูกไม้เต้นระบำอยู่ ได้เป็นที่มาของชื่อ Dancing mushroom อีกชื่อหนึ่ง        
        แต่ร่างแหนี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงามแปลกตาเท่านั้น ยังเป็นอาหารน่าลิ้มลองของพวกเราด้วย โดยชาวจีนนำมาใช้เป็นอาหารแล้วเรียกชื่อใหม่จนผู้บริโภคเดาที่มาไม่ถูกเลย นั่นก็คือ "เยื่อไผ่" ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็นิยมนำมาทำเป็นซุป ผัดรวมกับผัก โดยสรรพคุณในแง่ของการรับประทานนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ แต่ที่มีการศึกษามาแล้วคือ แก้โรคเกี่ยวกับข้อได้ จึงนำมาทำเป็นส่วนผสมในน้ำมันนวดแก้โรคเกาต์ โรครูมาติซึม

       ในเห็ดเยื่อไผ่ อุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และสังกะสี นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เห็ดเยื่อไผ่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย และชาวจีนนิยมนำมาเป็นอาหารบำรุ่งร่างกาย
                
        อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการนำมาเป็นอาหารนั้น คงใข้ได้เฉพาะส่วนของร่างแหเท่านั้น ส่วนอื่นยังไม่มีรายงานว่ากินได้ โดยเฉพาะดอกเห็ดนั้นมีฤทธิ์เบื่อเมา จึงนำมารับประทานไม่ได้
        
        มีการสำรวจพบว่าในประเทศไทยมีเห็ดร่างแหอยู่ 4 ชนิดด้วยกันคือ ชนิดที่มีร่างแหสั้นสีขาว ร่างแหยาวสีชมพู ร่างแหสีส้ม และร่างแหยาวสีขาวซึ่งเป็นชนิดที่นำมาใช้รับประทาน
 
        ในอดีตเป็นหนึ่งในเจ็ดของยาอายุวัฒนะที่จัดเป็นเมนูเสวยให้กับฮ่องเต้ในราชวงศ์ชิงโดยเห็ดเยื่อไผ่จะถูกส่งมาจากมณฑลยูนนาน และนำมาถวายในราชสำนัก
      
         ในปัจจุบัน เห็ดเยื่อไผ่มีราคาถูกลงมาก จากที่เคยขายกันถึงกิโลกรัมละกว่า 7,000 เหรียญสหหรัฐ (ประมาณ 210,000) ปัจจุบันกิโลกรัมละ ประมาณ 4-500 เหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มราคาจะลดลงอีก เนื่องจากมีการเพาะปลูกเห็ดเยื่อไผ่เป็นอุตสาหกรรมทำให้ผลผลิตมีมากขึ้น
 

ที่มา: http://www.nsm.or.th, สำรวจโลก

เพาะสำเร็จ 'เห็ดถั่งเช่าสีทอง' เพิ่มปึ๋งปั๋ง-กก.ละ 4 แสน

เห็ดถั่งเช่า
 
 
 
ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด ม.นอร์ท-เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จเพาะ 'เห็ดกระถินพิมาน' สำเร็จ เผยมีสรรพคุณยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ และมะเร็งปอด พร้อมโชว์ “เห็ดถั่งเช่าสีทอง” มีสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศ ราคา กก.ละ 3-4 แสนบาท...

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ห้องประชุม 1 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี มีการบรรยายเศษ “เห็ดอาหารมหัศจรรย์” พิชิตโรคร้าย มะเร็ง เบาหวาน ความดัน ลดอาการปวดเมื่อย จากนายอานนท์ เอื้อตระกูล ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และผอ.สถาบันอานนท์ไบโอเทค อดีตผู้เชี่ยวชาญเห็ดอาวุโส องค์การค้าโลกแห่งสหประชาชาติ

นายอานนท์ กล่าวว่า เห็ดมีโปรตีนสูงมาก แต่ไม่มีไขมัน และยังหาได้ง่าย โดยเห็ดในโลกนี้มีเป็นแสนชนิด ในจำนวนนี้มีประมาณ 200 ชนิด ที่เป็นเห็ดพิษ ซึ่งในหลายประเทศมองว่าเห็ดเป็นยา แต่ในประเทศไทยกลับมองว่าเห็ดเป็นเพียงอาหารเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วเห็ดหลายชนิดมีสรรพคุณเป็นยาในการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย สามารถต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้ โดยเฉพาะโรคที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้อย่างโรคมะเร็ง ก็พบว่ามีเห็ดบางชนิดที่มีสรรพคุณในการยับยั้งการโต และการขยายของเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถมีชีวิตได้ยาวนานมากขึ้น

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า สำหรับเห็ดที่มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ เช่น เห็ดขอนช้อน เห็ดหลินจือ เห็ดกระถินพิมาน ซึ่งเห็ดเหล่านี้จะมีสารโพลีแซคคาไลน์ สารไตรโตรปินอย สารเนเชอรัลสเตอรอยด์ ที่เข้าไปช่วยยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งปอด ซึ่งเห็ดกระถินพิมานนั้น ขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมาก มีการซื้อขายกันในราคาประมาณกรัมละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากคิดเป็นเงินไทยแล้วราคาจะตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะแต่ก่อนเห็ดชนิดนี้พบได้ในประเทศไทยแถว จ.สกลนคร และ อ.ภูเรือ จ.เลย แต่เนื่องจากคนไม่รู้ว่าเป็นเห็ด และมีลักษณะเหมือนไม้แห้ง จึงนำเห็ดชนิดนี้ไปทำเป็นฟืนแทน จึงถูกชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนำเห็ดชนิดนี้ออกนอกประเทศแล้วไปผลิตเป็นยาเข้ามาขายในประเทศไทย จนขณะนี้หาเห็ดกระถินพิมานในประเทศไทยได้ยากมาก

ทั้งนี้ ตนได้ศึกษาวิจัย จนสามารถเพาะเห็ดกระถินพิมานขึ้นเองได้แล้วที่สถาบันอานนท์ไบโอเทค นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่ามีเห็ดอีกหลายชนิด เช่น เห็ดขอนช้อน หรือเห็ดกระด้าง มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด เห็ดแครง มีสารสติโซไฟแรม ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้าน ยับยั้งมะเร็งปากมดลูก ซึ่งทางประเทศญี่ปุ่นมีการนำเห็ดชนิดนี้ไปผลิตเป็นยาแล้วตั้งแต่ พ.ศ.2529

ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด กล่าวว่า นอกจากนี้ตนยังประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทองด้วย โดยเห็ดถั่งเช่าสีทองจะมีสรรพคุณที่มากกว่าเห็ดถั่งเช่าปกติถึง 2 เท่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการช่วยให้กำลังดี ช่วยให้การใช้ออกซิเจนในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ดีกว่าเห็ดถั่งเช่าธรรมดาถึง 2 เท่าด้วย ซึ่งขณะนี้ตนได้เพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง และมีชาวต่างชาติติดต่อซื้อไปในราคากิโลกรัมละ 300,000-400,000 บาท เพื่อไปผลิตเป็นยาแล้ว

"อย่างไรก็ตามในการนำเห็ดมาช่วยรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งนั้น จะต้องนำเห็ดมาผ่านวิธีการหมักด้วยจุลินทรีย์ จะทำให้ได้ผลดีมากที่สุด อีกทั้งจะต้องมีการควบคุมอาหารประกอบกันด้วย การนำเห็ดมาช่วยรักษาโรคมะเร็งจึงจะได้ผล ส่วนเห็ดที่สามารถรับประทานได้ทันทีและมีผลต่อการรักษาโรคคือ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม ที่จะมีสรรพคุณในเรื่องของการลดความดัน ลดคอเลสเตอรอล และสารที่อยู่ในเห็ดยังทนความร้อนได้ เมื่อนำเห็ดชนิดนี้ไปประกอบอาหารก็ยังคงสรรพคุณในการรักษาโรคอยู่ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องเห็ด ตนได้เปิดเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องเห็ดโดยเฉพาะที่เว็บ www.anonbiotec.com


ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ โดย ทีมข่าวการศึกษา 8 สิงหาคม 2555